โรงงานไทยจำนวนมากมีระบบบัญชีแล้ว แต่ยังตอบไม่ได้ว่า ต้นทุนจริงต่อหน่วยของสินค้าแต่ละตัวเท่าไร และ ควรสั่งวัตถุดิบเมื่อไร สองคำถามนี้คือสิ่งที่ Odoo Manufacturing ช่วยได้ ถ้าออกแบบให้ถูกตั้งแต่ต้น
องค์ประกอบหลักของ Odoo MRP
- BOM (Bill of Materials) สูตรว่าสินค้าหนึ่งหน่วยใช้อะไรบ้างเท่าไร
- Operations / Routing ลำดับขั้นตอนการผลิตและเวลามาตรฐานของแต่ละขั้น
- Work Center ศูนย์งานหรือเครื่องจักร พร้อมกำลังการผลิตและอัตราต้นทุนต่อชั่วโมง
- Manufacturing Order (MO) ใบสั่งผลิตที่ระบุว่าจะผลิตอะไร เท่าไร เมื่อไร
- Replenishment กลไกคำนวณความต้องการวัตถุดิบและเสนอการสั่งซื้อหรือผลิต
ออกแบบ BOM ให้ใช้งานได้จริง
เริ่มจากระดับที่ทีมบันทึกไหว
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือทำ BOM ละเอียดถึงระดับสกรูทุกตัว แล้วสุดท้ายไม่มีใครอัปเดตเมื่อสูตรเปลี่ยน ผลคือระบบให้ตัวเลขที่ผิดซึ่งแย่กว่าไม่มีตัวเลข
หลักที่เราใช้คือ ใส่รายละเอียดถึงระดับที่ มีผลกับต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ และ ควบคุมสต๊อกจริง ส่วนวัสดุสิ้นเปลืองมูลค่าต่ำให้คิดรวมเป็นค่าโสหุ้ยแทน
จัดการของเสียตามปกติ
ทุกกระบวนการมีของเสีย ถ้าสูตรบอกว่าใช้วัตถุดิบ 100 กรัม แต่จริง ๆ ต้องเบิก 105 กรัมเพราะมีเศษ ควรใส่เผื่อไว้ใน BOM ไม่งั้นสต๊อกจะไม่ตรงทุกครั้งที่ผลิต
BOM หลายเวอร์ชัน
สินค้าหนึ่งตัวอาจมีหลายสูตร เช่น สูตรที่ใช้วัตถุดิบทดแทนเมื่อของหลักขาด Odoo รองรับการมี BOM หลายชุดต่อสินค้า และเลือกใช้ตามเงื่อนไขได้
การวางแผนผลิตและวัตถุดิบ
Odoo คำนวณความต้องการจากสามแหล่ง
- ใบสั่งขายที่ยืนยันแล้ว สำหรับสินค้าที่ผลิตตามสั่ง
- จุดสั่งซื้อ (Reordering Rule) สำหรับสินค้าที่ผลิตเก็บสต๊อก
- การพยากรณ์ที่ป้อนเข้าไปเอง สำหรับการวางแผนล่วงหน้า
เมื่อรัน Replenishment ระบบจะระเบิด BOM ทุกระดับ หักสต๊อกที่มีอยู่และของที่กำลังจะเข้า แล้วเสนอว่าต้องสั่งซื้ออะไรเท่าไร และต้องเริ่มผลิตวันไหนโดยนับถอยหลังจากวันส่งมอบ
จุดที่ต้องตั้งให้แม่นคือ Lead Time ทั้งฝั่งผู้ขายและฝั่งการผลิต ถ้าตั้งมั่วแผนจะเพี้ยนทั้งระบบ แนะนำให้ใช้ข้อมูลจริงย้อนหลัง 3–6 เดือนเป็นฐาน
ต้นทุนการผลิตที่ใช้กับบัญชีได้
ต้นทุนสินค้าที่ผลิตเสร็จใน Odoo ประกอบด้วย
- ต้นทุนวัตถุดิบ ตามที่เบิกจริงในใบสั่งผลิต
- ต้นทุนค่าแรงและเครื่องจักร จากเวลาที่บันทึกในแต่ละศูนย์งาน คูณอัตราต่อชั่วโมง
- ค่าโสหุ้ยการผลิต ที่ปันส่วนตามเกณฑ์ที่ตกลงกับฝ่ายบัญชี
สิ่งที่ต้องตัดสินใจร่วมกับผู้สอบบัญชีตั้งแต่ต้นคือวิธีคิดต้นทุนสินค้า ซึ่งควรเลือกให้สอดคล้องกับนโยบายบัญชีของบริษัท และเมื่อเลือกแล้วไม่ควรเปลี่ยนกลางปี
สำหรับโรงงานที่นำเข้าวัตถุดิบ อย่าลืมตั้ง Landed Cost เพื่อรวมค่าขนส่ง ภาษีนำเข้า และค่าดำเนินการเข้าไปในต้นทุนวัตถุดิบ ไม่งั้นต้นทุนสินค้าสำเร็จรูปจะต่ำกว่าความจริงอย่างมีนัยสำคัญ
บันทึกหน้างานให้ทีมยอมใช้
นี่คือจุดที่โครงการโรงงานสำเร็จหรือล้ม เพราะพนักงานหน้าเครื่องไม่ได้อยากกรอกข้อมูล
สิ่งที่ช่วยได้จริง
- ใช้ แท็บเล็ตหรือจอสัมผัส ที่หน้าไลน์ แทนการให้เดินไปคีย์ที่ออฟฟิศ
- ใช้ บาร์โค้ด สำหรับเบิกวัตถุดิบและยืนยันผลผลิต
- ลดจำนวนช่องที่ต้องกรอกให้เหลือเท่าที่จำเป็นจริง
- เริ่มจากบันทึกรวมท้ายกะก่อน แล้วค่อยละเอียดขึ้นเมื่อทีมชิน
- ให้หัวหน้ากะเห็นประโยชน์ก่อน เช่น รายงานที่ช่วยงานเขาเอง
เรื่องที่โรงงานไทยมักต้องปรับเพิ่ม
- ใบสั่งผลิตและใบเบิกวัตถุดิบภาษาไทย ตามฟอร์มที่โรงงานใช้อยู่
- การเชื่อมกับเครื่องชั่งหรือเครื่องจักร สำหรับบันทึกน้ำหนักหรือจำนวนอัตโนมัติ
- รายงานต้นทุนต่อใบสั่งผลิต ที่เทียบต้นทุนมาตรฐานกับต้นทุนจริง
- การจัดการงานรับจ้างผลิตภายนอก (Subcontracting) ซึ่งพบมากในอุตสาหกรรมไทย
- การควบคุมคุณภาพ ที่บางส่วนอยู่ในชุด Enterprise หรือต้องพัฒนาเพิ่มถ้าใช้ Community
สรุป
Odoo Manufacturing ทำงานได้ดีกับโรงงานไทยตั้งแต่ขนาดกลางลงมา สิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์คือความสมจริงของ BOM ความแม่นของ Lead Time และการออกแบบการบันทึกหน้างานให้พนักงานทำได้จริง ไม่ใช่จำนวนฟีเจอร์
ถ้าอยากให้เราประเมินว่าโรงงานของคุณควรเริ่มจากตรงไหน นัดคุยกันได้ เรามีประสบการณ์ทั้งงานผลิตตามสั่งและผลิตเก็บสต๊อก
คำถามที่พบบ่อย
Odoo รองรับ BOM หลายระดับไหม?
รองรับครับ คุณสร้างสินค้ากึ่งสำเร็จรูปที่มี BOM ของตัวเอง แล้วนำไปเป็นส่วนประกอบของสินค้าสำเร็จรูปอีกที Odoo จะระเบิดความต้องการวัตถุดิบให้ทุกระดับ และเลือกได้ว่าจะสร้างใบสั่งผลิตแยกหรือรวมเป็นชุดเดียว
ถ้าโรงงานยังใช้กระดาษอยู่ ควรเริ่มอย่างไร?
เริ่มจากทำ BOM และใบสั่งผลิตในระบบก่อน โดยยังบันทึกผลผลิตแบบรวมท้ายกะ เมื่อทีมชินแล้วค่อยเพิ่มการบันทึกรายขั้นตอนและเวลาทำงาน การเปลี่ยนทีละขั้นได้ผลกว่าการบังคับให้บันทึกทุกอย่างตั้งแต่วันแรก
คิดต้นทุนการผลิตใน Odoo ได้แม่นแค่ไหน?
แม่นเท่าที่ข้อมูลป้อนเข้าแม่น ระบบคิดต้นทุนวัตถุดิบตามการเบิกจริง และคิดค่าแรงกับค่าโสหุ้ยตามอัตราของศูนย์งานคูณเวลาที่บันทึก ถ้าโรงงานบันทึกเวลาจริงและตั้งอัตราถูกต้อง ต้นทุนต่อหน่วยจะใช้กับบัญชีได้